หน้าแรกโบรกเกอร์ข่าวการประเมินโบรกเกอร์สถาบันการลงทุนการเปิดเผยQ&A การเงิน
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อ: แลร์รี่ ฟิงค์
เอกลักษณ์: ผู้นำด้านการจัดการสินทรัพย์ระดับโลก | ผู้ก่อตั้งร่วม ประธาน และซีอีโอของ BlackRock ความเชี่ยวชาญ: การจัดการสินทรัพย์ การจัดการความเสี่ยง การลงทุนอย่างยั่งยืน
แลร์รี ฟิงค์ เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมการจัดการสินทรัพย์ระดับโลก เป็นผู้นำ BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการสูงกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เขาสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) สาขารัฐศาสตร์ และปริญญาโทบริหารธุรกิจ (MBA) สาขาการเงินอสังหาริมทรัพย์ เขาเริ่มต้นอาชีพในสายงานซื้อขายพันธบัตรที่ First Boston ซึ่งเขามีชื่อเสียงโด่งดังจากนวัตกรรมการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์จำนอง
ในปี พ.ศ. 2531 ฟิงค์และทีมงานได้ร่วมก่อตั้ง BlackRock โดยวางปรัชญาการดำเนินธุรกิจที่เน้นการบริหารความเสี่ยงและความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า เขาเป็นผู้นำในการตัดสินใจลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และเปิดตัวระบบบริหารความเสี่ยง Aladdin ซึ่งช่วยรักษาตำแหน่งผู้นำของ BlackRock ในด้านการจัดการสินทรัพย์ระดับโลก
ความสำเร็จที่เป็นตัวแทน
ร่วมก่อตั้งและนำ BlackRock จนกลายเป็นบริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ส่งเสริมระบบการจัดการความเสี่ยงของ Aladdin ให้กลายเป็นเครื่องมือมาตรฐานอุตสาหกรรม
สนับสนุนและส่งเสริมการประยุกต์ใช้แนวคิด ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ) ในการลงทุนระดับโลก
ถูกจัดอันดับให้เป็นผู้นำทางธุรกิจที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลกโดย Forbes และ Fortune หลายครั้ง
ทำหน้าที่เป็นเสียงในเศรษฐกิจโลก นโยบาย และการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างแข็งขัน
ปรัชญาการลงทุน
“การสร้างมูลค่าในระยะยาวจะต้องดำเนินไปควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม”
แลร์รี ฟิงค์ เชื่อว่าการบริหารสินทรัพย์ไม่ได้หมายถึงแค่ผลตอบแทนทางการเงินเท่านั้น แต่ยังควรให้ความสำคัญกับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมด้วย เขาเน้นย้ำว่าบริษัทต่างๆ ต้องคำนึงถึงผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการสร้างผลกำไร และสนับสนุนการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านการลงทุนระยะยาวและการดำเนินการเชิงรุกของผู้ถือหุ้น เขาเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าการจัดสรรเงินทุนอย่างมีความรับผิดชอบไม่เพียงแต่สร้างผลตอบแทนที่มั่นคงเท่านั้น แต่ยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจและสังคมโลกอีกด้วย
